เวียดนามเป็นประเทศที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ธนาคารโลก (World Bank) มีมุมมองที่ดีต่อเวียดนามว่าด้วยรากฐานที่มั่นคง เศรษฐกิจของเวียดนามได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถฟื้นตัวจากวิกฤติต่าง ๆ ได้
นอกจากนี้ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทยกำลังเผชิญปัญหาเงินเฟ้อ แต่อัตราเงินเฟ้อของเวียดนามยังอยู่ในระดับต่ำ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติของเวียดนามเปิดเผยว่า ในไตรมาสที่สองของปี 2022 ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) เพิ่มขึ้น 3.37 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นั่นหมายถึงอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของเวียดนามในไตรมาสสองอยู่ที่ 3.37 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น
ทำไมกองทุนเวียดนามถึงน่าลงทุนอย่างมาก
จากทิศทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่มีแนวโน้มฟื้นตัวและเติบโตได้ดี รวมถึง
เงินเฟ้อที่ต่ำตามที่ได้กล่าวข้างต้น เวียดนามยังมีจุดแข็งด้านอื่น ๆ อีกดังนี้
- การเมืองมีเสถียรภาพ มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและได้รับการสานต่ออย่างต่อเนื่อง
- มีทรัพยากรธรรมชาติและวัตถุดิบสำหรับภาคการผลิตอย่างอุดมสมบูรณ์ อาทิ มีแหล่งน้ำมันดิบกระจายอยู่ทั่วประเทศ มีปริมาณเชื้อเพลิงสำรอง เช่น ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเลียม และถ่านหินอยูในปริมาณมาก มีแหล่งสินแร่ที่สำคัญ และยังมีทรัพยากรป่าไม้อยู่อีกมาก นอกจากนี้ สภาพพื้นที่ของเวียดนามยังเอื้อต่อการเพาะปลูก สินค้าเกษตรที่มีความหลากหลาย และจากชายฝั่งทะเลที่มีระยะทางประมาณ 3,440 กิโลเมตร ยังทำให้เวียดนามเป็นแหล่งอาหารทะเลที่สำคัญของโลก
- ปัจจุบันเวียดนามมีประชากรจำนวนมากกว่า 90 ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยแรงงาน ทำให้เป็นแหล่งแรงงานจำนวนมาก และมีค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าอีกหลายประเทศในอาเซียน อีกทั้งยังทำให้เป็นตลาดสำหรับสินค้าและบริการที่มีขนาดใหญ่และมีศักยภาพ เนื่องจากกําลังซื้อมีแนวโนมสูงขึ้นจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ
- สินค้าในตลาดเวียดนามยังไม่มีความหลากหลายมากนัก พฤติกรรมผู้บริโภคชาวเวียดนามมีการจับจ่ายใช้สอยตามความพอใจมากกว่าความต้องการพื้นฐานทำให้เป็นโอกาสและช่องทางการตลาดสำหรับการประกอบธุรกิจและนักลงทุน
- เวียดนามมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน ทั้งเพื่อการบริโภคภายในประเทศ และการส่งออกจึงมีความต้องการนําเข้าสินค้าและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตในปริมาณสูง นอกจากนี้เวียดนามยังได้จัดตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรม และเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก มีการอำนวยความสะดวกให้สิทธิประโยชนต่าง ๆ แก่นักลงทุนต่างชาติ
- เวียดนามอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมีการลงทุนในโครงการก่อสร้างต่าง ๆ มากมาย จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและภัตตาคาร
- เวียดนามมีภูมิประเทศที่สวยงามและโดดเด่นรวมทั้งยังมีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ต่างจากประเทศอื่นในอาเซียนทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเวียดนามมีการเติบโตสูง ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่องอีกด้วย
ข้อจำกัดที่อาจส่งผลต่อการลงทุนในกองทุนเวียดนาม
อย่างไรก็ตามเวียดนามยังมีปัจจัยที่นักลงทุนต้องพิจารณาเพิ่มเติม สามารถมองว่าเป็นทั้งข้อจำกัดและโอกาสก็ได้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้แก่
- ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคในเวียดนามยังไม่เพียงพอต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านระบบไฟฟ้าที่ยังพบว่ามีการขาดแคลนไฟฟ้าอยู่บ่อยครั้ง
- ภูมิประเทศของเวียดนามมีลักษณะแคบและยาว ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งยังไม่เพียงพอ ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งค่อนข้างสูง และใช้เวลาในการขนส่งสินค้านาน
- เวียดนามยังขาดแคลนแรงงานที่มีความสามารถเป็นผู้บริหารระดับกลางในเกือบทุกสาขาธุรกิจ
- เวียดนามยังมีปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ และการปลอมแปลงสินค้าเป็นจำนวนมาก
- การแข่งขันสำหรับสินค้าในตลาดเวียดนามมีสูง โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศจีน และสินค้าที่ผลิตได้เองภายในประเทศ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป
หากพิจารณาจุดแข็ง และปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมตามที่ได้กล่าวมา เมื่อดูข้อมูลในตลาดหลักทรัพย์เวียดนามจะพบว่า
ตลาดหุ้นเวียดนามมีสัดส่วนหลักเป็นหุ้น Value ที่ยังไม่แพงมากนัก เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ตลาดหุ้น มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ในปีนี้ นอกจากนี้ตลาดหุ้นเวียดนามยังมีโอกาสที่จะยกระดับเป็น Emerging Market ทำให้เม็ดเงินจากต่างประเทศไหลเข้า และดันตลาดหุ้นเวียดนามให้เติบโตยิ่งขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย
หากนักลงทุนสามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับสูง รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ และไม่อยากพลาดโอกาสในการลงทุนในเวียดนาม แต่ไม่ได้มีเวลาศึกษาหุ้นรายตัวของเวียดนามมากนัก นักลงทุนจึงควรลงทุนผ่าน
กองทุนรวม ซึ่งกองทุนรวมจะมีผู้จัดการกองทุน และทีมงานมืออาชีพที่คอยอำนวยความสะดวก และดูแลจัดสรรการลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในเวียดนามแทนนักลงทุนนั่นเอง
กองทุนเวียดนามที่แนะนำปี 2565
สำหรับบทความนี้ในวันนี้จะมีกองทุนที่น่าสนใจ คือ กองทุนเปิดกรุงศรีเวียดนามอิคิวตี้ - สะสมมูลค่า
KFVIET-A โดยกองทุนนี้จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ JPMorgan Vietnam Opportunities Fund, Lumen Vietnam Fund, Xtrackers FTSE Vietnam Swap UCITS ETF ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทชั้นนำในเวียดนาม ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว อาทิ เช่น Vinhomes บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ในเวียดนาม, FPT Corporation บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ที่สุดของเวียดนาม, Hoa Phat Group ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับ 1 ใน SEA, Vietnam JSC Bank for Industry and Trade ธนาคารอันดับ 2 ของเวียดนาม เป็นต้น
นอกจากนี้ทางธนาคารกรุงศรีฯ ยังมีอีกหลากหลายกองทุนที่นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับความต้องการได้ หากนักลงทุนต้องการปรึกษาหรือขอคำแนะนำเพิ่มเติม ทางธนาคารกรุงศรีฯ มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุนโดยเฉพาะ ที่สามารถปรึกษาผ่านช่องทางฮอตไลน์ได้ที่ 02-296-5959 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 น. - 17.00 น. หรือฝากข้อมูลเพื่อให้ที่
ปรึกษาทางด้านการเงินจากธนาคารกรุงศรี ติดต่อกลับ
สุดท้ายนี้ขอย้ำเตือนให้นักลงทุนทุกท่านศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะในทุกการลงทุน ถ้ามีโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูง ย่อมมีความเสี่ยงที่สูงด้วยเช่นกันนะครับ
บทความโดย
สิรภัทร เกาฏีระ CFP®
กลุ่มบริการที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา